ทุกเดือนมกราคมมีคนจำนวนมากเริ่มแผนอ่านพระคัมภีร์จบในหนึ่งปี พอถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ คนจำนวนมากก็หยุดไปแล้ว ปัญหาไม่ใช่ว่าวันหนึ่ง ๆ หนักเกินไป แต่แผนนั้นไม่ให้อภัยสัปดาห์ที่แย่

อ่านจบในหนึ่งปี

ราววันละสามถึงสี่บท จุดแข็งคือเห็นภาพรวม เห็นว่าส่วนต่าง ๆ ประกอบกันอย่างไร จุดอ่อนคือมันเปลี่ยนการอ่านให้เป็นตารางที่มีเส้นตาย และเส้นตายทำให้วันที่พลาดรู้สึกเหมือนความล้มเหลว

อ่านช้า ๆ

ทีละเล่ม วันละตอนสั้น ๆ อ่านซ้ำ ปีนี้คุณจะอ่านไม่จบทั้งเล่ม แต่คุณจะรู้จักบางเล่มอย่างแท้จริง เหมาะกับผู้เริ่มต้น และผู้ที่เคยเลิกแผนรายปีมาแล้วสองครั้ง สองบทที่เข้าใจดีกว่าสิบสองบทที่กวาดผ่าน

ทางสายกลางที่ใช้ได้

อ่านพระกิตติคุณหรือจดหมายหนึ่งเล่มช้า ๆ ควบคู่กับสดุดีวันละบท เล่มแรกให้ความลึก สดุดีให้จังหวะ และสดุดีสั้นพอที่ไม่มีวันไหนว่างเปล่าทั้งวัน

เมื่อตามไม่ทัน

อย่าย้อนกลับไปตามให้ทัน ให้เริ่มต่อที่วันนี้ แผนคือผู้รับใช้ และการค้างสี่วันคือวิธีที่ผู้รับใช้กลายเป็นเจ้าหนี้

สามสิ่งที่สำคัญกว่าตัวแผน

เวลาที่แน่นอนแม้จะสั้น สถานที่ที่ขีดบันทึกได้ และคนที่รู้ว่าคุณกำลังอ่านอยู่ การอ่านร่วมกับอีกคนแม้เพียงส่งข้อความ ทำให้คนอยู่กับมันได้นานขึ้นราวเท่าตัว

ข้อคิดประจำวันของเราให้ตอนพระคัมภีร์โดยไม่ต้องวางตารางเอง