บทนำสู่จดหมายฮีบรู ฮีบรูเป็นจดหมายที่ลึกซึ้งและสง่างามที่สุดฉบับหนึ่งในพันธสัญญาใหม่ อ่านแล้วเหมือนบทเทศนาที่เรียบเรียงอย่างประณีตมากกว่าจดหมายทั่วไป และตั้งแต่ต้นจนจบมีแก่นเรื่องเดียวคือ พระเยซูคริสต์ทรงประเสริฐกว่าทุกสิ่ง สำหรับผู้เชื่อที่เหนื่อยล้าและถูกล่อลวงให้หันกลับ ฮีบรูส่งเสียงเรียกอย่างเร่งด่วนและเปี่ยมด้วยความรักว่า อย่าล้มเลิกความเชื่อ แต่จงจับตามองพระเยซูและยึดมั่นจนถึงที่สุด ผู้เขียนและผู้อ่าน พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่าใครเขียนฮีบรู และตลอดประวัติศาสตร์มีการคาดเดามากมาย รวมถึงเปาโล อปอลโล บารนาบัส และปริสสิลลา คำตอบที่ซื่อตรงที่สุดคือมีเพียงพระเจ้าที่ทรงทราบ สิ่งที่ชัดเจนคือผู้เขียนรู้จักพันธสัญญาเดิมอย่างลึกซึ้ง เขียนด้วยภาษาที่ไพเราะ และมีความเข้าใจฝ่ายจิตวิญญาณอย่างน่าทึ่ง จดหมายนี้เขียนถึงกลุ่มคริสเตียนยิวที่อยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก พวกเขาเผชิญการข่มเหงและความสูญเสียเพราะความเชื่อ (ฮีบรู 10:32-34) บางคนเริ่มท้อแท้ ถึงกับถูกล่อลวงให้ละทิ้งพระคริสต์และหันกลับไปสู่ระบบการถวายเครื่องบูชาของพันธสัญญาเดิม ผู้เขียนจึงพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นว่าการกลับไปหาเงาหมายถึงการละทิ้งความจริง เพราะพระเยซูทรงเป็นความสมบูรณ์ของทุกสิ่งที่เงาเหล่านั้นชี้ไปถึง นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าฮีบรูเขียนขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 60 ก่อนการทำลายพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็มปี ค.ศ. 70 โครงสร้างและสาระ: พระเยซูทรงประเสริฐกว่า หัวใจของฮีบรูสรุปได้ด้วยคำเดียวคือ "ประเสริฐกว่า" ผู้เขียนประกาศความยิ่งใหญ่ของพระคริสต์ทีละขั้น พระเยซูทรงประเสริฐกว่าเหล่าทูตสวรรค์ (ฮีบรู 1) พระองค์ทรงเป็นแบบพิมพ์อันแท้จริงแห่งพระลักษณะของพระเจ้า ทรงค้ำจุนจักรวาลไว้ด้วยพระวจนะอันทรงฤทธิ์ พระเยซูทรงประเสริฐกว่าโมเสส (ฮีบรู 3) โมเสสสัตย์ซื่อในฐานะผู้รับใช้ในพระนิเวศของพระเจ้า แต่พระคริสต์ทรงสัตย์ซื่อในฐานะพระบุตรผู้ครอบครองพระนิเวศ พระเยซูทรงเป็นมหาปุโรหิตที่ประเสริฐกว่า (ฮีบรู 4:14-7) พระองค์ทรงเป็นปุโรหิตตามแบบเมลคีเซเดค ผู้ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์และทรงอ้อนวอนเพื่อเรา พระเยซูทรงถวายเครื่องบูชาที่ประเสริฐกว่า (ฮีบรู 9-10) ปุโรหิตในสมัยก่อนถวายเลือดวัวและแพะวันแล้ววันเล่า แต่ก็ไม่อาจลบล้างบาปได้ ส่วนพระคริสต์ทรง "กระทำให้ผู้ที่รับการชำระให้บริสุทธิ์นั้นถึงความสมบูรณ์ตลอดกาลด้วยการถวายบูชาเพียงครั้งเดียว" (ฮีบรู 10:14) ด้วยเหตุนี้ เราจึง "เข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณด้วยความมั่นใจ" (ฮีบรู 4:16) เพราะเรามีมหาปุโรหิตผู้ทรงเห็นใจในความอ่อนแอของเรา คำเรียกสู่ความเชื่อและความอดทน ฮีบรูไม่เพียงเปี่ยมด้วยหลักคำสอน แต่เต็มไปด้วยการหนุนใจ บทที่ 11 คือ "หอเกียรติยศแห่งความเชื่อ" อันโด่งดัง เล่าถึงอาแบล โนอาห์ อับราฮัม โมเสส และคนอื่น ๆ อีกมากที่ดำเนินชีวิตด้วยการวางใจในพระสัญญาของพระเจ้า จากนั้นผู้เขียนสรุปว่า "เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีพยานมากมายอย่างนี้อยู่รอบข้าง ก็ขอให้เราละทิ้งทุกอย่างที่ถ่วงอยู่ และบาปที่เกาะแน่น ขอให้เราวิ่งแข่งด้วยความอดทนในการแข่งขันที่อยู่ตรงหน้า หมายเอาพระเยซูเป็นผู้เบิกทางความเชื่อและผู้ทรงทำให้ความเชื่อสมบูรณ์" (ฮีบรู 12:1-2) นี่คือจุดสูงสุดของทั้งเล่มและเป็นกำลังใจแก่ผู้ติดตามพระคริสต์ทุกคน ไม่ว่าเส้นทางจะยากเพียงใด จงจับตามองพระเยซูและวิ่งจนถึงเส้นชัย คำเชิญให้อ่าน หากคุณรู้สึกอ่อนแอ เหนื่อยล้า หรือไม่มั่นคงในความเชื่อ ฮีบรูเขียนขึ้นเพื่อคุณ มันมุ่งยกสายตาของคุณขึ้นสู่พระผู้ช่วยให้รอดผู้ประเสริฐกว่า รุ่งโรจน์กว่า และไม่เปลี่ยนแปลง เพราะ "พระเยซูคริสต์ทรงเหมือนเดิมทั้งวานนี้ และวันนี้ และต่อ ๆ ไปเป็นนิตย์" (ฮีบรู 13:8) ขอให้คุณอ่านจดหมายฉบับนี้อย่างช้า ๆ และรับการเสริมกำลังอีกครั้ง ด้วยแอป BiblePro 主内圣经 ที่ให้ใช้ฟรี คุณสามารถฟังเสียงอ่าน เปรียบเทียบฉบับแปล และศึกษาภูมิหลังพันธสัญญาเดิมและคำดั้งเดิม เพื่อให้จดหมายอันทรงพลังฉบับนี้ทำงานในใจของคุณ